ปัจจุบันมีนวัตกรรมการยกกระชับผิวมากมายให้คุณเลือก ว่าแต่คุณควรจะเลือกวิธีไหน การยกกระชับผิวจะต้องผ่าตัดและเจ็บมากหรือเปล่า และปลอดภัยหรือไม่
นพ.สตีเฟน โลว์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ MUSE Clinic จะมาแบ่งปันข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเทคโนโลยีกระชับผิวด้วยการปล่อยคลื่นพลังงานอัลตราซาวด์ชนิดเจาะจงที่มีความถี่สูง (MFU-V) ซึ่งจัดว่าเป็น “มาตรฐานทองคำ” สำหรับนวัตกรรมยกกระชับที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด1.
รบกวนคุณหมอโลว์ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวเองให้ฟังหน่อยว่า คุณหมอทำงานด้านเวชศาสตร์เพื่อความงามมานานหรือยัง
ผมทำงานด้านเวชศาสตร์เพื่อความงามมานานกว่า 10 ปี แต่ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศัลยกรรม เวชปฏิบัติทั่วไป การส่งเสริมสุขภาพสตรี และจิตเวช ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานด้านเวชศาสตร์เพื่อความงาม หลังจากรักษาคนไข้มาหลายพันคนตลอดการทำงานของผม ผมคิดว่าประสบการณ์เหล่านี้มีประโยชน์มากเมื่อผมเข้ามาเป็นแพทย์ด้านความงาม เพราะมันช่วยให้ผมเข้าใจสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บ และธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมสามารถดูแลคนไข้บนเส้นทางสู่ความงามได้ดีขึ้น
ในแต่ละวันแพทย์ด้านความงามต้องทำอะไรบ้าง
ในแต่ละวันของผม ส่วนใหญ่จะเป็นการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับคนไข้ใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการใช้โบทูลินัมท็อกซิน ฟิลเลอร์เติมเต็มใต้ผิวหนัง และอุปกรณ์ที่ใช้พลังงาน เช่น MFU-V ซึ่งทั้งหมดนี้ผมต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า คนไข้แต่ละคนต้องการอะไรในเส้นทางการรักษาของพวกเขา ส่วนที่สองของวันจะเป็นการดูแลคนไข้ที่มาติดตามอาการ เพื่อดูว่าการรักษาของเราเป็นไปตามแผนและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
นอกจากนี้ผมยังให้ความสำคัญกับการศึกษาเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นทีมพยาบาลและผู้ให้บริการจะต้องอัปเดตความรู้ให้ทันกับการพัฒนาใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ได้ยินคุณหมอพูดถึง MFU-V การรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อดีอย่างไร
คนไข้จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปรึกษาผมเกี่ยวกับวิธีการยกใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และวิธีแรกที่ผมแนะนำคือ MFU-V เพราะ MFU-V ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในผิวหนัง ซึ่งคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโปรตีนสองชนิดที่ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ทั้งยังช่วยคงความกระชับและอ่อนเยาว์ การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้เทคโนโลยีการปล่อยคลื่นพลังงานอัลตราซาวด์ชนิดเจาะจงที่มีความถี่สูง เพื่อสร้างความร้อนและทำให้เกิด “แผลไหม้” จากความร้อนในจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ วิธีนี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีการกระชับผิวบริเวณใบหน้าและลำคอที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง
โดยทั่วไปคนไข้มักจะขอให้คุณหมอใช้ MFU-V รักษาบริเวณไหน
คนไข้ส่วนใหญ่มักจะขอให้ใช้ MFU-V รักษาทั้งใบหน้า! ซึ่งจะทำให้ใบหน้าทุกส่วนดูอ่อนเยาว์ ช่วยยกกระชับตามแนวกราม ใต้คาง ใต้ตา และบริเวณคิ้วเพื่อให้ดูผ่อนคลายแต่เป็นธรรมชาติ คนไข้บางคนอาจจะลองใช้วิธีนี้รักษาบริเวณเล็ก ๆ ก่อน เช่น บริเวณคิ้ว เพื่อให้ใบหน้าดูสดชื่นและ “ตื่น” ขึ้น
จากมุมมองของแพทย์ เพราะอะไร MFU-V จึงเป็นวิธีการรักษาที่โดดเด่นกว่าวิธีอื่น ๆ
MFU-V ต่างจากเทคโนโลยีการยกกระชับผิวอื่น ๆ ตรงที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและแม่นยำได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้ผมวิเคราะห์ได้ลึกกว่าระดับพื้นผิว และเห็นว่าพลังงานอัลตราซาวน์ยิงลงไปตรงไหนระหว่างการรักษา
Dr Stephen Lowe, a doctor with 20 years experience
การรักษาด้วย MFU-V ปลอดภัยหรือไม่
ในฐานะแพทย์ ความปลอดภัยของคนไข้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และผมพูดได้เต็มปากว่า MFU-V มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เนื่องจากได้รับการอนุมัติจาก US FDA และมีข้อมูลที่เผยแพร่เป็นเวลาหลายปี จึงสามารถยืนยันได้ว่า MFU-V เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีวารสารทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์อีกเกือบ 100 ฉบับที่รับรองการใช้ MFU-V และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น “มาตรฐานทองคำ” สำหรับนวัตกรรมการยกกระชับผิวจากคณะผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ1 เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่านี้แล้ว!
คำถามทั่วไปที่คนไข้มักจะถามก่อนเริ่มการรักษามีอะไรบ้าง
เจ็บมากไหม! คนไข้ของผมมักจะถามว่าเจ็บหรือเปล่า เพราะพวกเขาอาจเคยได้ยินมาว่าระหว่างการรักษาอาจจะเจ็บสักหน่อย ซึ่งข้อดีของ MFU-V คือพลังงานอัลตราซาวด์ที่เรายิงลงไปนั้นมีความแม่นยำสูง สามารถลดความเจ็บปวดได้มากหากทำตามขั้นตอนการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ไม่เจ็บเท่าไหร่และปลอดภัยแน่นอน
คุณหมอมักจะแนะนำให้คนไข้ทำอะไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แม้ว่าบางครั้งผมจะรักษาด้วย MFU-V เพียงอย่างเดียว แต่ผมมักจะใช้ MFU-V ร่วมกับวิธีอื่น ๆ เพื่อให้ได้แผนการรักษาแบบองค์รวมอย่างแท้จริง ผมชอบการผสมผสานระหว่าง MFU-V กับฟิลเลอร์เติมเต็มใต้ผิวหนังที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง แคลเซียมไฮดรอกซีลาพาไทต์ เพราะผมคิดว่าการใช้ทั้งสองวิธีนี้ร่วมกันทำให้สภาพผิวดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังช่วยยกกระชับผิวด้วย ตามหลักการแล้วผมจะรักษาด้วย MFU-V ก่อน แล้วอีก 2-3 สัปดาห์ค่อยใช้สารกระตุ้นคอลลาเจน
คุณหมอช่วยเล่าประสบการณ์ที่คนไข้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัดเจนหลังจากรักษาด้วย MFU-V ให้พวกเราฟังหน่อย
ผมจำได้ว่ามีคนไข้สูงวัยท่านหนึ่งที่ทึ่งมากเมื่อเห็นว่าผิวรอบดวงตาของเธอดูดีขึ้น อย่างที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีว่าผิวหนังใต้ตานั้นบอบบางและละเอียดอ่อนมาก เพราะฉะนั้นการจะทำให้ผิวบริเวณนี้ดูสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในกรณีของคนไข้ท่านนี้ผมใช้ MFU-V ช่วยกระชับผิวและปรับปรุงสภาพผิวโดยรวม คนไข้ดีใจมากที่ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจโดยไม่ต้องผ่าตัด และผมก็ดีใจที่ได้ช่วยเหลือเธอ อย่างที่เขาพูดกันแหละครับว่า ถ้าคนไข้มีความสุข หมอก็มีความสุขไปด้วย!
ในอดีตการยกกระชับผิวต้องอาศัยการผ่าตัดและสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบัน ความอ่อนเยาว์จึงไม่ใช่เรื่องยากและเกินเอื้อมอีกต่อไป เริ่มการเดินทางสุดมหัศจรรย์และปรึกษาแพทย์ด้านความงามได้ตั้งแต่วันนี้!
ข้อมูลอ้างอิง :
1. Fabi SG, et al. Optimizing Patient Outcomes by Customizing Treatment with Microfocused Ultrasound With Visualization: Gold Standard Consensus Guidelines from an Expert Panel. J Drugs Dermatol. 2019;18(5):426-432