5 วิธีที่จะรักษาริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีที่สุด

5 วิธีที่จะรักษาริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีที่สุด

ริ้วรอยร่องแก้ม ตีนกา ร่องขมวดคิ้ว เราต่างก็คุ้นเคยกับคำเหล่านี้ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าริ้วรอยบนใบหน้า เรามาพูดกันตามความจริงดีกว่า การทาโลชั่นและครีมต่างๆ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว เว้นแต่คุณจะค้นพบน้ำพุแห่งความเยาว์และได้รับพรให้มีผิวเหมือนเด็กทารกไปตลอดชีวิต

ไม่ใช่ทุกริ้วรอยจะเหมือนกันไปหมด ริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั้นเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ถ้าคุณยักคิ้วหรือขมวดคิ้วขณะที่ปัดมาสคาร่า ริ้วรอยตรงหน้าผากก็จะเริ่มปรากฏให้เห็น คนที่สูบบุหรี่ก็มักจะมีริ้วรอยตรงด้านบนริมฝีปาก เพราะตอนที่สูบบุหรี่ริมฝีปากจะเม้มเข้าหากัน ในระยะยาว การแสดงออกทางสีหน้าแบบซ้ำๆ และการย่นของผิวหนัง บวกกับความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงเนื่องจากโดนแสงแดดทำร้าย และกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ที่ส่งผลเสีย จะทำให้ริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั้นพัฒนากลายเป็นริ้วรอยที่เห็นชัดแม้ไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ริ้วรอยดังกล่าวจะปรากฏให้เห็นแม้ว่าคุณจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าใดๆ เลย

คุณเริ่มเห็นริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้าและลำคอแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้เป็น 5 วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าแบบเห็นผล

 

แช่แข็งริ้วรอยด้วยนิวโรท็อกซิน

หยุดยั้งริ้วรอยที่เริ่มจะก่อตัวก่อนที่มันจะปรากฏให้เห็นด้วยนิวโรท็อกซิน นิวโรท็อกซินทำงานโดยการทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลายชั่วคราว พูดง่ายๆ ก็คือ นิวโรท็อกซินจะแช่แข็งกล้ามเนื้อเอาไว้ นั่นก็หมายความว่าเมื่อรับบริการทรีตเมนต์นิวโรท็อกซินเข้าไปที่หน้าผากหรือหว่างคิ้ว กล้ามเนื้อใบหน้าบริเวณนั้นจะเคลื่อนไหวได้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดการก่อตัวของริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั่นเอง เมื่อต้องเลือกใช้นิวโรท็อกซิน จะส่งผลดีกว่าในระยะยาวหากเลือกใช้นิวโรท็อกซินที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเก่งมากในการป้องกันร่างกายจากส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ไม่คุ้นเคย ในกรณีนี้ เมื่อมีโปรตีนเชิงซ้อนที่ไม่จำเป็น ก็จะเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีเพื่อมาจัดการกับนิวโรท็อกซิน (สารออกฤทธิ์) การเลือกใช้นิวโรท็อกซินที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้มั่นใจได้ว่าร่างกายคุณจะไม่เริ่มต่อต้านนิวโรท็อกซิน และจะได้ชื่นชมกับผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่นานขึ้น

 

ผลัดผิวอย่างล้ำลึกด้วยการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีหรือการลอกผิวด้วยสารเคมี 

ในขณะที่อายุเพิ่มขึ้น อัตราการผลัดผิวของเราจะช้าลง นอกจากจะทำให้ผิวดูไม่กระจ่างใสแล้ว ยังทำให้ริ้วรอยร่องตื้นและรอยย่นเห็นชัดขึ้นอีกด้วย การทำทรีตเมนต์โดยกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีจะช่วยกระตุ้นอัตราการผลัดผิวอันแสนเอื่อยเฉื่อยนี้ได้ โดยการทำทรีตเมนต์นี้จะใช้เครื่องมือมาขัดผิวภายนอกด้วยเกล็ดอัญมณีขนาดเล็กจิ๋ว โดยจะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและลดเลือนริ้วรอยแบบเห็นผล รวมถึงลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหรือรอยแผลเป็นจากสิวด้วย

การลอกผิวด้วยสารเคมีจะใช้สารเคมีทาลงบนผิวหนัง โดยสารเคมีจะไป “ทำลาย” ผิวหนังชั้นนอก โดยอยู่ภายใต้การควบคุม หลังจากที่ลอกผิวแล้ว ผิวจะแดงตามปกติ โดยจะเริ่มแห้งและลอกไปอีกสองสามวัน เมื่อผิวที่ถูกทำลายหลุดลอกออกไป ก็จะเผยให้เห็นผิวที่เรียบเนียนกว่าที่อยูชั้นล่าง

เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังด้วยเทคโนโลยีการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ (MFU-V) 

คุณกำลังมองหาทรีตเมนต์ที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นอยู่ใช่ไหม เราลองมาดูทรีตเมนต์ MFU-V กัน พลังงานของคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำจะถูกส่งผ่านเข้าไปในชั้นผิวอย่างแม่นยำในระดับความลึกที่เหมาะกับการรักษาโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย โดยจะเพิ่มการผลิตคอลลาเจน และทำให้ผิวยกกระชับขึ้นโดยธรรมชาติภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือน โดยผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ขอให้เลือกทรีตเมนต์ที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริการับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ทำทรีตเมนต์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสม

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลของทรีตเมนต์ที่คุณทำในคลินิกความงามคงอยู่นานยิ่งขึ้น คุณอาจจะลองเพิ่มเรตินอลให้เป็นหนึ่งในครีมบำรุงตอนกลางคืนด้วย วิตามินเอรูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและกระตุ้นอัตราการผลัดเซลล์ผิวเพื่อให้ผิวดูอ่อนวัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การทาเซรั่มไฮยาลูโรนิคแอซิดเป็นประจำจะช่วยรักษาสมดุลให้กับระดับความชุ่มชื้นของผิว ป้องกันไม่ให้ผิวขาดน้ำ (และป้องกันริ้วรอยด้วย!) พร้อมทั้งบำรุงผิวให้อวบอิ่มเปล่งปลั่ง

 

ลองปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ!