5 วิธีที่จะรักษาริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีที่สุด

ริ้วรอยร่องแก้ม ตีนกา ร่องขมวดคิ้ว เราต่างก็คุ้นเคยกับคำเหล่านี้ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าริ้วรอยบนใบหน้า เรามาพูดกันตามความจริงดีกว่า การทาโลชั่นและครีมต่างๆ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว เว้นแต่คุณจะค้นพบน้ำพุแห่งความเยาว์และได้รับพรให้มีผิวเหมือนเด็กทารกไปตลอดชีวิต

ไม่ใช่ทุกริ้วรอยจะเหมือนกันไปหมด ริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั้นเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ถ้าคุณยักคิ้วหรือขมวดคิ้วขณะที่ปัดมาสคาร่า ริ้วรอยตรงหน้าผากก็จะเริ่มปรากฏให้เห็น คนที่สูบบุหรี่ก็มักจะมีริ้วรอยตรงด้านบนริมฝีปาก เพราะตอนที่สูบบุหรี่ริมฝีปากจะเม้มเข้าหากัน ในระยะยาว การแสดงออกทางสีหน้าแบบซ้ำๆ และการย่นของผิวหนัง บวกกับความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงเนื่องจากโดนแสงแดดทำร้าย และกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ที่ส่งผลเสีย จะทำให้ริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั้นพัฒนากลายเป็นริ้วรอยที่เห็นชัดแม้ไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ริ้วรอยดังกล่าวจะปรากฏให้เห็นแม้ว่าคุณจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าใดๆ เลย

คุณเริ่มเห็นริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้าและลำคอแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้เป็น 5 วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าแบบเห็นผล

 

แช่แข็งริ้วรอยด้วยนิวโรท็อกซิน

หยุดยั้งริ้วรอยที่เริ่มจะก่อตัวก่อนที่มันจะปรากฏให้เห็นด้วยนิวโรท็อกซิน นิวโรท็อกซินทำงานโดยการทำให้กล้ามเนื้อเกิดการผ่อนคลายชั่วคราว พูดง่ายๆ ก็คือ นิวโรท็อกซินจะแช่แข็งกล้ามเนื้อเอาไว้ นั่นก็หมายความว่าเมื่อรับบริการทรีตเมนต์นิวโรท็อกซินเข้าไปที่หน้าผากหรือหว่างคิ้ว กล้ามเนื้อใบหน้าบริเวณนั้นจะเคลื่อนไหวได้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดการก่อตัวของริ้วรอยที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวนั่นเอง เมื่อต้องเลือกใช้นิวโรท็อกซิน จะส่งผลดีกว่าในระยะยาวหากเลือกใช้นิวโรท็อกซินที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเก่งมากในการป้องกันร่างกายจากส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ไม่คุ้นเคย ในกรณีนี้ เมื่อมีโปรตีนเชิงซ้อนที่ไม่จำเป็น ก็จะเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีเพื่อมาจัดการกับนิวโรท็อกซิน (สารออกฤทธิ์) การเลือกใช้นิวโรท็อกซินที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้มั่นใจได้ว่าร่างกายคุณจะไม่เริ่มต่อต้านนิวโรท็อกซิน และจะได้ชื่นชมกับผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่นานขึ้น

 

ผลัดผิวอย่างล้ำลึกด้วยการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีหรือการลอกผิวด้วยสารเคมี 

ในขณะที่อายุเพิ่มขึ้น อัตราการผลัดผิวของเราจะช้าลง นอกจากจะทำให้ผิวดูไม่กระจ่างใสแล้ว ยังทำให้ริ้วรอยร่องตื้นและรอยย่นเห็นชัดขึ้นอีกด้วย การทำทรีตเมนต์โดยกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีจะช่วยกระตุ้นอัตราการผลัดผิวอันแสนเอื่อยเฉื่อยนี้ได้ โดยการทำทรีตเมนต์นี้จะใช้เครื่องมือมาขัดผิวภายนอกด้วยเกล็ดอัญมณีขนาดเล็กจิ๋ว โดยจะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและลดเลือนริ้วรอยแบบเห็นผล รวมถึงลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหรือรอยแผลเป็นจากสิวด้วย

การลอกผิวด้วยสารเคมีจะใช้สารเคมีทาลงบนผิวหนัง โดยสารเคมีจะไป “ทำลาย” ผิวหนังชั้นนอก โดยอยู่ภายใต้การควบคุม หลังจากที่ลอกผิวแล้ว ผิวจะแดงตามปกติ โดยจะเริ่มแห้งและลอกไปอีกสองสามวัน เมื่อผิวที่ถูกทำลายหลุดลอกออกไป ก็จะเผยให้เห็นผิวที่เรียบเนียนกว่าที่อยูชั้นล่าง

เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังด้วยเทคโนโลยีการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ (MFU-V) 

คุณกำลังมองหาทรีตเมนต์ที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นอยู่ใช่ไหม เราลองมาดูทรีตเมนต์ MFU-V กัน พลังงานของคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำจะถูกส่งผ่านเข้าไปในชั้นผิวอย่างแม่นยำในระดับความลึกที่เหมาะกับการรักษาโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย โดยจะเพิ่มการผลิตคอลลาเจน และทำให้ผิวยกกระชับขึ้นโดยธรรมชาติภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือน โดยผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ขอให้เลือกทรีตเมนต์ที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริการับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ทำทรีตเมนต์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสม

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลของทรีตเมนต์ที่คุณทำในคลินิกความงามคงอยู่นานยิ่งขึ้น คุณอาจจะลองเพิ่มเรตินอลให้เป็นหนึ่งในครีมบำรุงตอนกลางคืนด้วย วิตามินเอรูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและกระตุ้นอัตราการผลัดเซลล์ผิวเพื่อให้ผิวดูอ่อนวัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การทาเซรั่มไฮยาลูโรนิคแอซิดเป็นประจำจะช่วยรักษาสมดุลให้กับระดับความชุ่มชื้นของผิว ป้องกันไม่ให้ผิวขาดน้ำ (และป้องกันริ้วรอยด้วย!) พร้อมทั้งบำรุงผิวให้อวบอิ่มเปล่งปลั่ง

 

ลองปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ!

 

ประโยชน์ 6 ประการของฟิลเลอร์

แล้วคุณจะหลงรักใบหน้าของตัวเองด้วยการปรับแก้แบบรวดเร็วทันใจ!

เมื่อต้องอยู่ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและบีบคั้นเวลาของเราอยู่ตลอด เราทุกคนจึงต่างต้องการสิ่งที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งแน่นอนว่ายังรวมถึงการเสริมสวยให้ดูดียิ่งขึ้นด้วย ข่าวดีก็คือ กรรมวิธีด้านความงามที่มีการผ่าตัดน้อยที่สุดหรือไม่ต้องผ่าตัดเลยกำลังเป็นที่นิยมมากกว่าที่เคยเป็นมา เรากำลังพูดถึงการใช้ฟิลเลอร์ที่ช่วยลดร่องรอยบ่งบอกวัย เช่น ริ้วรอยร่องตื้น ร่องแก้มที่เป็นรอยย่น และริ้วรอยร่องลึก เพื่อช่วยให้ผิวของคุณดูอ่อนวัยยิ่งขึ้น  แต่ประโยชน์จริงๆ ของฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง

 

1) ใช้เวลาพักฟื้นน้อยมากหรือไม่ต้องพักฟื้นเลย

จุดเด่นของฟิลเลอร์คือใช้เวลาพักฟื้นน้อยมากหรือไม่ต้องพักฟื้นเลย! ช่วยฟื้นฟูความเต่งตึงของผิวหน้าและเติมน้ำให้ผิวด้วยฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิคแอซิด (HA) ในการปรึกษาครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความคาดหวังและเป้าหมายของการทำทรีตเมนต์ของแต่ละบุคคล ขั้นตอนการรับบริการทรีตเมนต์หนึ่งครั้งจะใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 45 นาที โดยจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา และโบนัสที่เพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกก็คือ คุณสามารถเห็นผลจากการรับบริการทรีตเมนต์ได้ในทันที! คุณสามารถแวะไปหาแพทย์เพื่อรับบริการทรีตเมนต์ในช่วงพักกลางวัน และกลับไปทำกิจกรรมประจำวันต่อได้เลยทันที สะดวกสุดๆ ไปเลย!

 

2) ผลการฉีดฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานขึ้น

ฟิลเลอร์อาจปรับแก้รูปหน้าให้คุณได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานด้วยเช่นกัน ฟิลเลอร์และสารเติมเต็มอาจอยู่ได้ราว 9 ถึง 18 เดือน ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลาที่ผลจากการฉีดฟิลเลอร์จะคงอยู่ได้นานเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ตั้งแต่ประเภทของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด ไปจนถึงปัจจัยจากวิถีการใช้ชีวิต ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงอาจแตกต่างกันไป คุณควรลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาผลลัพธ์ที่เหมาะกับตัวเอง

 

3) ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

คุณคงไม่อยากดูเหมือนเป็นคนใหม่ไปเลย ในบางครั้งคุณก็แค่อยากปรับแก้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้คุณดูดีที่สุดในแบบของคุณ ฟิลเลอร์ตอบโจทย์ข้อนี้ของคุณได้! โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยมากๆ แต่การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้รูปหน้าของคุณดูเปลี่ยนไปได้ การหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนการฉีดฟิลเลอร์ที่คุณต้องการนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ “หน้าบวม” หรือ “หน้าแน่นเกิน”

 

4) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนจากธรรมชาติ

ไม่มีใครห้ามตัวเองไม่ให้สังเกตเห็นผิวที่เริ่มขาดความยืดหยุ่นและผิวหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อยได้ และเมื่อเริ่มวิตกกังวลแล้ว คุณก็จะเริ่มพินิจพิจารณาทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของตัวเอง ฟิลเลอร์จะช่วยคุณได้ในจุดๆ นี้!

พบกับฟิลเลอร์ที่มีแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) เป็นส่วนผสมหลักและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยได้มากกว่าแค่ยกกระชับและปรับรูปหน้าให้คมชัดขึ้น ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะทำงานอยู่ใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นและเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ! นอกจากจะฟื้นฟูให้ผิวเต่งตึงและเสริมโครงสร้างของใบหน้าในเชิงลึกแล้ว ฟิลเลอร์ชนิดนี้ยังจะช่วยให้ผิวของคุณดูอวบอิ่มและเนียนนุ่มในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอีกด้วย

 

5) สวยได้โดยไม่ต้องพยายาม

คุณควบคุมความงามของตัวเองได้โดยการเลือกใช้ฟิลเลอร์ แล้วคุณจะตื่นขึ้นมาเป็นตัวเองในแบบที่ดูดีที่สุดและพร้อมที่จะออกไปผจญโลกภายนอก!

 

6) ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ

ฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่ดีมากแทนการศัลยกรรม โดยเฉพาะถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะทำศัลยกรรมความงาม โดยวิธีนี้สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้คุณดูอ่อนวัยและทำให้ผิวของคุณนุ่มเด้ง แล้วคุณจะได้เห็นว่าผิวของคุณนั้นมีสุขภาพดีกว่าที่เคยเป็นมา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้ใครๆ ก็เลือกใช้กรรมวิธีด้านความงามที่ไม่ต้องผ่าตัดวิธีนี้

 

เมื่อเราสวย เราก็รู้สึกดีไปด้วย ลองเลือกใช้วิธีที่ได้ผล! เชิญมาปรึกษากับแพทย์ที่ไว้วางใจได้ของเราเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณใฝ่ฝันได้เลย

คุณกำลังดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินมากขึ้นหรือเปล่า

มาหาคำตอบกันเถอะ!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการฉีดโบทูลินัมท็อกซินกลายเป็นหนึ่งในกระบวนการด้านความงามโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือนำวัตถุใดๆ เข้าร่างกายที่คนทั่วโลกเลือกใช้มากที่สุด แต่เมื่อจำนวนคนที่เลือกฉีดโบทูลินัมท็อกซินปริมาณสูงในช่วงอายุที่น้อยลงเพิ่มมากขึ้น งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีแนวโน้มที่คนไข้จะมีอาการดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินมากขึ้น แล้วแบบนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ฉีดไปนั้นได้ผล

 

ทำความเข้าใจโบทูลินัมท็อกซิน

การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเป็นทรีตเมนต์ด้านความงามที่ข้องเกี่ยวกับภายในร่างกายน้อยมาก โดยจะช่วยลดรอยย่นที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวบริเวณคิ้วและรอบดวงตา ตัวยาจะผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการก่อตัวของรอยย่นที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวขณะที่แสดงออกทางสีหน้า การดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินเกิดจากการพัฒนาของแอนติบอดีต่อตัวยา ซึ่งจะทำให้ผลของตัวยาลดลงหรือไม่เห็นผลเลยถึงแม้จะทำทรีตเมนต์ไปหลายรอบแล้วก็ตาม

 

แย่แล้ว! ฉันเริ่มดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินไปแล้วหรือเปล่า

บางอาการที่บ่งชี้ว่าคุณอาจดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินมีดังนี้
1) คุณอิ่มเอมใจกับผลของการทำทรีตเมนต์ได้ในระยะเวลาที่สั้นลง
2) คุณจำเป็นต้องฉีดโบทูลินัมท็อกซินในปริมาณที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม
3) การทำทรีตเมนต์ไม่ส่งผลใดๆ กับคุณเลย

 

จะป้องกันได้อย่างไร

โปรตีนเชิงซ้อนเป็นโปรตีนแปลกปลอมที่สร้างจากแบคทีเรียซึ่งจะพบได้ในโบทูลินัมท็อกซินของยี่ห้อต่างๆ โดยก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าโปรตีนเชิงซ้อนช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการฉีดโบทูลินัมท็อกซินได้ แต่ตอนนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าไม่ใช่แบบนั้น! ดังนั้น ควรเลือกโบทูลินัมท็อกซินที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนเพื่อลดความเสี่ยงที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ และเกิดอาการดื้อยาโบทูลินัมท็อกซิน ปัจจุบันยังไม่มียาหรือสารตัวใดที่จะช่วยแก้อาการดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินได้ ดังนั้น การเลือกโบทูลินัมท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีอาการดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินให้ได้มากที่สุด!

 

อย่าลืมปรึกษากับแพทย์ด้านความงามของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างภูมิคุ้มกันต่อสารตัวนี้!

ทำไมทุกคนจึงสนใจการดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด

ถึงเวลาบอกลาศัลยกรรมความงามแล้ว!

 

#MFUV

แนวคิดการดึงหน้าลดริ้วรอยแบบเดิมๆ นั้นล้าสมัยไปแล้ว นี่คือวิธีที่ตอบโจทย์การดึงหน้าลดริ้วรอยแบบไม่ต้องผ่าตัดที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณได้เลย นั่นคือเทคโนโลยีการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ (#mfuv) ที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้งานได้ ซึ่งเป็นทรีตเมนต์ที่ช่วยดึงและกระชับผิวของคุณด้วยวิธีธรรมชาติ

 

วิธีการทำงาน

ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำเพื่อเล็งไปที่ชั้นผิวหนังที่อยู่ลึกลงไป โดยกระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวตึงขึ้นโดยวิธีธรรมชาติแบบไม่ต้องใช้เข็ม ผ่าตัด หรือไปยุ่งเกี่ยวกับบริเวณพื้นผิวหนังเลย ทรีตเมนต์นี้มีประโยชน์มากมายหลายอย่างจากการดึงผิวหนังบริเวณคอ ใต้คาง และคิ้วเพื่อลดความเด่นชัดของริ้วรอยร่องตื้นและรอยย่น ส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือกระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 30 ถึง 90 นาทีเท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำทรีตเมนต์ ทำให้คุณกลับไปยิ้มกว้างๆ ได้ทันทีเลย

เคล็ดลับ #1: ระวังทรีตเมนต์ทำเลียนแบบ และเลือกทำเพียงทรีตเมนต์ยกกระชับผิวแบบ #mfuv ที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้งานได้เท่านั้น!

 

มองหาฟิลเลอร์

ในขณะที่อายุเพิ่มขึ้น ปริมาณเนื้อเยื่ออ่อนและโครงกระดูกที่ช่วยเสริมใบหน้าจะลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ ปาก รอบๆ ปาก ตามแนวสันกราม และใต้ดวงตา เก็บฟิลเลอร์ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับการฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไปตามอายุ รวมถึงการลดริ้วรอยและร่องแก้มบนใบหน้า

 

วิธีการทำงาน

เราฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มปริมาณและปรับโครงหน้าในบริเวณที่ต้องการให้ชัดขึ้น โดยสามารถฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณเหล่านี้ได้ ตั้งแต่แก้ม รอบมุมปาก ร่องแก้ม ไปจนถึงร่องใต้มุมปากเพื่อให้ดูอ่อนวัยลงและสดใสขึ้น คุณอาจเลือกฉีดฟิลเลอร์บริเวณแนวสันกรามและคางได้ด้วย เพื่อช่วยให้รูปหน้าคมชัด และได้มีโครงหน้าแบบวีเชปที่คุณปรารถนามาตลอด! เคล็ดลับ #2: ต้องให้แพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วตรวจสอบใบหน้าคุณก่อนจะแจ้งปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องฉีดก่อนทุกครั้ง แต่ละคนจะต้องการฟิลเลอร์ในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้นอย่าลืมมองหาแผนการทำทรีตเมนต์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับตัวคุณ

 

เลือกนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน

เลือกนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน

โดยปกติแล้วโบทูลินัมท็อกซินเป็นยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ซึ่งจะช่วยยับยั้งการปล่อยสารเคมีที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว บ่อยครั้งที่คนจะใช้วิธีนี้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเพื่อลดการก่อตัวของริ้วรอยร่องตื้นและรอยย่น

 

วิธีการทำงาน

ระหว่างการทำทรีตเมนต์ แพทย์จะฉีดนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ตรงกล้ามเนื้อเฉพาะจุดที่ก่อให้เกิดรอยย่นที่เห็นชัดเมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวขณะที่แสดงออกทางสีหน้า โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา แต่แพทย์อาจจะใช้ยาชาทาเฉพาะที่หรือเจลประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด คุณอาจเริ่มเห็นรอยย่นเรียบเนียนขึ้นในช่วง 3-4 วันหลังฉีดโบทูลินัมเลยทีเดียว โดยจะเห็นผลอย่างน้อยหลังจากการฉีด 1-2 สัปดาห์ กรณีทั่วไปจะเห็นผลในระยะเวลานานถึง 3 เดือน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

เคล็ดลับ #3: รู้หรือไม่ว่าร่างกายของคุณพัฒนาการดื้อยาโบทูลินัมท็อกซินได้ เลือกนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนเพื่อให้เห็นผลของทรีตเมนต์ไปตลอด!

 

ลืมแอปแต่งหน้าไปได้เลย เมื่อทรีตเมนต์ด้านความงามเหล่านี้พร้อมให้บริการคุณแล้วตอนนี้ ออกไปไขว่คว้าใช้ฟิลเตอร์แต่งหน้าในชีวิตจริงด้วยทรีตเมนต์ดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดกันเถอะ!

ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ

เสริมความแข็งแกร่งให้เนื้อเยื่อผิวหนังของคุณด้วยขั้นตอนต่อไปนี้!

คุณรู้หรือไม่ว่าคอลลาเจนคือหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่การสร้างเซลล์กระชับผิวหนังที่ร่างกายของคุณสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ คอลลาเจนช่วยรักษาความกระชับของผิวหนังและเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ สารอาหารธรรมชาติอย่างอีลาสตินยังทำหน้าที่รักษาความยืดหยุ่นของผิวหนังอีกด้วย เส้นใยทั้งสองนี้ล้วนอุดมอยู่ในผิวหนังที่อ่อนเยาว์ แต่อาจเสื่อมสภาพลงอย่างน่าเศร้าเมื่อกาลเวลาผ่านไป แล้วเราจะชะลอการเสื่อมสภาพนั้นได้อย่างไรน่ะหรือ

 

ขั้นตอนที่ 1 สะสมโปรตีนสำหรับผิวหนัง

ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น เราไม่สามารถผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างเคย การขาดแคลนคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นเวลานานทำให้เกิดสัญญาณบอกวัยที่มองเห็นได้บนผิวของเรา ครีมและซีรั่มชะลอวัยมากมายอ้างว่าสามารถชะลอหรือหยุดกระบวนการเสื่อมสภาพได้อย่างประสบความสำเร็จในหลายๆ ระดับ หากคุณกำลังมองหาทางออกที่แน่นอนกว่านั้นล่ะก็ ลองใช้ฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวของคุณ นอกจากการเติมเต็มร่องริ้วรอยและเสริมโครงสร้างอย่างยั่งยืนแล้ว ฟิลเลอร์บางชนิดยังกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อีกด้วย เพื่อคืนความยืดหยุ่นและความอ่อนเยาว์ให้ผิวหนัง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!

 

ขั้นตอนที่ 2 SPF คือเพื่อนแท้!

สารพิษจากสิ่งแวดล้อม มลพิษ และรังสี UV เร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทั้งสามสิ่งนี้จึงเป็นต้นเหตุของการแก่ตัวลงของผิวหนัง ฉะนั้น คุณจึงควรชโลมผิวหนังด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเต็มที่เมื่อต้องสัมผัสกับแสงแดด เพื่อปกป้องผิวหนังและป้องกันการเสื่อมสภาพของโปรตีนที่จำเป็นต่อโครงสร้างผิวเหล่านี้

 

ขั้นตอนที่ 3 สัมผัสประสบการณ์ความงามจากเสียง

หากคุณกำลังต้องการยกกระชับและปรับรูปทรงใบหน้าอยู่ล่ะก็ การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (MFUV) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกับคุณ! กระบวนการรักษานี้ใช้พลังของคลื่นอัลตราซาวด์ในการกระตุ้นการเพิ่มจำนวนคอลลาเจน โดยการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ในปริมาณที่เหมาะสมผ่านพื้นผิวของผิวหนังด้วยความลึกและอุณหภูมิที่เหมาะสม #MFUV จะกระตุ้นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของคอลลาเจนชุดใหม่ สำหรับการค่อยๆ ยกกระชับความตึงของผิวหนังบนใบหน้าและคอ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะปรากฏภายใน 2-3 เดือนเมื่อมีการผลิตคอลลาเจนใหม่ แล้วใครจะไม่อยากมีผิวที่ตึงกระชับกันล่ะ

 

ขั้นตอนที่ 4 การนอนเพื่อความงามเป็นสิ่งจำเป็น

ผิวหนังผลิตคอลลาเจนใหม่ขณะที่คุณนอนหลับ เมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนก็จะสามารถผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้ ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหายในแต่ละวัน จึงเป็นการชะลอกระบวนการแก่ตัวของผิวด้วย ดังนั้น อย่าลืมให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ!

เมื่อคุณได้ทราบความสำคัญของอีลาสตินแล้ว อย่าลืมปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของผิว!

4 เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อใบหน้าทรง “วีเชป”

เพื่อใบหน้าเรียวเล็กและอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

แม้แต่ในปี 2019 ผู้คนมากมายก็ยังคงปรารถนาจะมีใบหน้าทรงวีเชปเหมือนซูเปอร์สตาร์จากเกาหลีที่เราชื่นชอบอย่าง IU และ Park Shin Hye ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใบหน้าที่เรียวเล็กและคมเข้มกว่านั้นทำให้คุณดูผอมบางและอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยากมีกรามทรงวีเชปหรือเพียงต้องการปกปิดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ 4 ประการที่คุณสามารถทำได้!

 

ถึงเวลาคอนทัวร์!

หากคุณมีรูปหน้าที่ค่อนข้างกลม การคอนทัวร์และขับเน้นเครื่องหน้าด้วยเครื่องสำอางก็สามารถทำให้คุณมีใบหน้าทรงวีเชปได้อย่างรวดเร็ว หากคุณยังเป็นมือใหม่ คุณสามารถเรียนรู้ได้จากกูรูด้านการแต่งหน้าใน YouTube เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ตัวเองด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง!

 

ใช้ครีมกระชับและปรับสภาพผิว

ครีมกระชับและปรับสภาพผิวสามารถช่วยยกกระชับและปรับสภาพผิวหน้าของคุณได้ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ลองเกลี่ยเนื้อครีมปริมาณเล็กน้อยบนฝ่ามือจนอุ่น แล้วนวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมอย่างมั่นคง หรือคุณอาจใช้อุปกรณ์นวดหน้าซึ่งมีจำหน่ายมากมายในร้านค้าเพื่อการนวดครีมบนผิวหน้าที่ง่ายขึ้นก็ได้เช่นกัน!

 

บริหารใบหน้า

ไม่ว่าคุณจะอยู่หน้าโต๊ะทำงานหรือกำลังเดินทางกลับบ้าน นี่คือวิธีบริหารใบหน้า 2 วิธีที่จะช่วยปรับสภาพใบหน้าของคุณ 1. ปรับกล้ามเนื้อแก้มโดยการทำปากเป็นรูปตัว O แล้วนวดกล้ามเนื้อใต้โหนกแก้ม 2. ปรับรูปกรามโดยการนั่งหลังตรง แหงนมองเพดาน แล้วทำปากจู๋ ทำค้างไว้เป็นเวลา 10 วินาที และทำซ้ำประมาณ 5 ครั้งต่อวัน

 

ทางเลือกเฉพาะคน

สำหรับผลลัพธ์ระยะยาว ลองพิจารณาการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (MFUV) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา #MFUV คือกระบวนการที่ไม่มีการสอดใส่วัตถุเข้าไปในร่างกาย กระบวนการนี้จะช่วยยกกระชับบริเวณคิ้ว ใต้คาง คอ และอกด้วยการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนังพื้นฐานโดยไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือการใช้เข็ม เนื่องจากกระบวนการนี้จะส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปตามความลึกของผิวอย่างแม่นยำและเฉพาะเจาะจงโดยไม่รบกวนพื้นผิวของผิวหนัง จึงไม่มีช่วงเวลาอย่างต่ำที่ต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูผิว คุณสามารถคาดหวังได้ว่าจะพบกับผิวที่ค่อยๆ ตึงกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติภายใน 2 ถึง 3 เดือน และภายใน 6 เดือนสำหรับการปรับปรุงเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ที่เชื่อถือได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

ให้ของขวัญตัวคุณเองด้วยการยกกระชับเพื่อใบหน้าเรียวทรง “วีเชป”!

5 วิธีกำจัดริ้วรอยระหว่างคิ้วที่กำลังกวนใจคุณ

ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขมวดคิ้วด้วยเคล็ดลับเหล่านี้!

เราทราบดีว่าการบำรุงผิวเป็นอย่างดีบวกกับการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ป้องกันทั้ง UVB และ UVA ทุกวันนั้นจะรักษาผิวพรรณของคุณให้สุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น นี่คือวิธีเพิ่มเติมที่จะช่วยลดริ้วรอยระหว่างคิ้วให้กับคุณ!

 

ความลับที่ปลายนิ้ว

กดลงบนบริเวณกลางหน้าผาก แล้วไล่ไปจนถึงขมับเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำซ้ำ 2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขณะใช้ซีรั่มหรือน้ำมันบำรุงผิวหน้าอันเป็นขั้นตอนหนึ่งของการบำรุงผิวก่อนนอนของคุณ เพื่อความราบรื่นและริ้วรอยที่ตื้นขึ้น

 

ปกป้องดูแลผิวพรรณของคุณด้วยครีมชะลอวัย

ในตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีครีม เจล และซีรั่มมากมาย คุณจึงอาจสับสนได้ง่ายๆ ว่าผลิตภัณฑ์ใดที่เหมาะและไม่เหมาะกับคุณ ส่วนผสมสำคัญหลักๆ ที่คุณต้องมองหาคือเรตินอล (วิตามินเอ) นั่นเอง! ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทั้งอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านความงามและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังทั้งหลายต่างพูดถึง เรตินอลจะกระตุ้นการฟื้นฟูผิวโดยการขัดผิวหนังชั้นนอกสุดและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน

 

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อการบำรุงระยะยาว

เราต่างทราบกันดีว่าการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยคงความเยาว์วัยให้ผิวของคุณได้ แต่นอกจากนั้นแล้ว คุณควรเพิ่มโอเมกา-3 เข้าไปในรายการอาหารในทุกๆ วันของคุณด้วย! เพราะโอเมกา-3 เป็นสารอาหารต่อต้านอาการอักเสบและช่วยเสริมโครงสร้างผิวหนังของคุณ ซึ่งเป็นการลดความลึกของริ้วรอยนั่นเอง โดยตัวอย่างอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมกา-3 คือปลาแซลมอน เมล็ดเจีย วอลนัท และปลาซาร์ดีน ดังนั้น อย่าลืมรับประทานอาหารเหล่านี้เพื่อคุณประโยชน์สูงสุดต่อผิวพรรณของคุณ!

 

อย่าพลาดการฉีดสารลบเลือนริ้วรอย

การฉีดสารลบเลือนริ้วรอยคือนิยามของการกำจัดปัญหาให้ตรงจุด โดยจะฉีดในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการหรี่ตาหรือบริเวณที่มีรอยย่นมากที่สุดเพื่อให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้น การหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าคือปัจจัยหลักของริ้วรอยเหล่านี้ ซึ่งจะกลายเป็นริ้วรอยถาวรในที่สุดเนื่องจากรอยย่นบนผิวหนังที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ระหว่างการแสดงสีหน้า ด้วยสาร Neurotoxin บริสุทธิ์รุ่นต่อไปที่มี Complexing Proteins เป็นศูนย์ คุณจะสามารถลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของริ้วรอยระหว่างคิ้ว! โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะกับคุณ

 

คืนความชุ่มชื้นมากถึงมากที่สุดให้กับผิว

หากคุณยังไม่มั่นใจ เราจะคอยย้ำให้คุณได้มั่นใจว่าคุณควรให้ความชุ่มชื้นกับผิวในตอนเช้า ตอนกลางคืน และตลอดเวลา หากคุณจะออกไปข้างนอก อย่าลืมเสริม SPF ลงในขั้นตอนการบำรุงผิวของคุณ และเลือกใช้ครีมที่เข้มข้นกว่าในตอนกลางคืน ปัจจุบัน มอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปมีกรดไฮยาลูรอน (HA) เป็นส่วนผสมและหากคุณยังไม่มีผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นของตัวเอง ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเป็นเจ้าของมอยส์เจอไรเซอร์หรือโลชั่นที่มี HA เพื่อเก็บกักน้ำไว้ด้วยความชุ่มชื้นในทันทีและปกป้องผิวของคุณจากความแห้งเสีย หรืออีกทางหนึ่งคือการเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA ที่มีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมในการเสริมสร้างผิวเพื่อผิวหน้าที่ละเอียดนุ่มลื่นโดยไม่ส่งผลต่อรูปหน้าธรรมชาติของคุณ คืนความชุ่มชื้นให้ผิวและรักษาความมีมิติของใบหน้าด้วยฟิลเลอร์นี้!

 

ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับการจัดการกับสัญญาณบอกวัยของผิว เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา จัดการกับริ้วรอยระหว่างคิ้วก่อนที่ริ้วรอยเหล่านี้จะจัดการคุณ ใน 5 วิธีนี้ คุณจะใช้วิธีไหนเป็นอันดับแรก

ทรีทเมนต์ที่มีการบุกรุกผิว VS ทรีทเมนต์ที่ไม่มีการบุกรุกผิวหรือบุกรุกน้อยที่สุด

สิ่งไหนเหมาะสำหรับคุณ?

อุตสาหกรรมความงามที่มีการพัฒนาและผู้บริโภคจำนวนมากกำลังแสดงความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทรีทเมนต์ความงามและปรารถนาที่จะดำเนินการเพื่อชะลอสัญญาณของริ้วรอย ด้วยตัวเลือกความงามมากมายที่มีอยู่ความต้องการเครื่องสำอางหรือขั้นตอนความงามกำลังเพิ่มขึ้น ดังนั้นขั้นตอนเหล่านี้สามารถทำอะไรให้คุณและคุณคาดหวังอะไรจากพวกเขา

 

เปิดเผยสิ่งที่แตกต่าง

คิดอย่างง่ายๆ การผ่าตัดโดยทั่วไปนั้นมีความจำเป็นที่จะต้อง “เปิด” ผิวหนังและมักจะต้องหยุดทำงานนานเพื่อการฟื้นตัว ผู้ป่วยสามารถคาดหวังผลลัพธ์ยาวนานหรือถาวรมากขึ้น ตัวอย่างของการผ่าตัดเสริมความงามที่มีการรุกรานผิว อาจรวมถึงการผ่าตัดเสริมจมูก, การกำจัดถุงใต้ตา

ในทางกลับกันการผ่าตัดแบบไม่รุกรานผิวหรือการรุกรานน้อยที่สุด ไม่ต้องการการผ่าตัดและผลกระทบมักไม่ถาวร ตัวอย่าง ได้แก่ โบทูลินั่มท็อกซิน และ ฟิลเลอร์ผิวหนัง

 

พิจารณาความจำเป็นและความต้องการ

ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของคุณ การคืนค่าปริมาตรใบหน้าที่สูญเสียไปหรือการลบถุงใต้ตาอย่างถาวรมันแตกต่างกันไป ความจำเป็นและความต้องการบางอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเลือกการผ่าตัดในขณะที่คนอื่นสามารถแก้ไขได้ด้วยการหยุดทำงานเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องหยุดเลย ผ่านตัวเลือกที่ไม่รุกรานผิวหรือรุกรานผิวน้อยที่สุด

การผ่าตัดรักษามักจะมีราคาแพงกว่าและขั้นตอนเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีนัยสำคัญซึ่งจะใช้เวลายาวนานหรือถาวร สิ่งนี้แสดงความแตกต่างที่ชัดเจนด้วยการผ่าตัดเพียงเล็กน้อยและไม่รุกรานผิวซึ่งผลลัพธ์ไม่ได้ถาวร แต่ผู้ป่วยสามารถคาดหวังการเสริมแต่งอย่างละเอียดด้วยผลลัพธ์จากธรรมชาติ

หากคุณต้องการย้อนกลับสัญญาณของริ้วรอยอย่างละเอียด คุณอาจเลือกใช้ฟิลเลอร์ผิวหนังจากกรดไฮยาลูโรนิกที่มีการบุกรุกน้อยที่สุดซึ่งจะทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นเรียบเนียนขึ้นในขณะที่รู้สึกเป็นธรรมชาติเมื่อสัมผัส!

อีกตัวอย่างหนึ่งของการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปคืออัลตราซาวด์ไมโครโฟกัสที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา สามารถมองเห็นภาพขณะการรักษาได้สิ่งนี้ช่วยยกและกระชับผิวตามธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือหยุดพักฟื้น

 

หาทรีทเมนต์ที่เหมาะสมกับคุณ

ตรวจสอบสถานะของคุณก่อนที่จะเริ่มต้นการเดินทางเพื่อยกระดับของคุณ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ว่าอะไรคือเป้าหมายสุดท้ายของคุณจากการทำทรีทเมนต์ความงาม และยังเป็นเรื่องสำคัญเช่นกันในการนัดหมายเพื่อปรึกษาในการ ค้นหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

วิธีทำให้การเข้าพบแพทย์ครั้งแรกของคุณสมบูรณ์แบบด้วย 6 ขั้นตอนสำคัญ

ตอนนี้คุณสามารถทำการนัดหมายครั้งแรกโดยไม่ต้องกังวล

 

1. เตรียมชุดคำถามหรือข้อกังวลที่คุณอาจมี

คุณต้องการได้รับข้อมูลที่ดีจากสิ่งที่คุณกำลังจะทำ บางคนอาจบอกว่าความอยากรู้อยากเห็นจะทำลายคุณ แต่สำหรับเรื่องทรีทเมนต์ความงามแล้ว ใช้ประโยคนี้ไม่ได้ บันทึกคำถามใด ๆ ที่คุณมีในโทรศัพท์หรือโน้ตบุ๊ก และอย่าลังเลที่จะถามคำถามเหล่านี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามา

 

2. ยึดติดกับกิจวัตรการดูแลผิวตามปกติของคุณ

ซื่อสัตย์เกี่ยวกับกิจวัตรการดูแลผิวของคุณกับแพทย์ของคุณ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสในการประเมินให้คำแนะนำและตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเพื่อให้แน่ใจว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ยกตัวอย่างเช่น ทรีทเมนต์จากคลื่นอัลตราซาวน์ขนาดเล็กที่สามารถมองเห็นภาพได้ในขณะรักษา ที่จะยกและกระชับผิวของคุณอย่างธรรมชาติโดยการส่งพลังงานไปยังชั้นรากฐานของผิวโดยไม่รบกวนผิวหน้า ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้การพักฟื้น และสามารถเข้ากันได้กับวิธีการดูแลผิวส่วนใหญ่ อย่าลืมที่จะปรึกษาแพทย์ของคุณด้วย!

 

3. ทำรายการผลิตภัณฑ์ที่ผิวคุณของคุณเข้ากันได้

ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันมีส่วนผสมที่แตกต่างกันมากมายและเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ว่าคุณทาอะไรบนผิวของคุณ จดชื่อและส่วนประกอบที่ใช้งานอยู่เพื่อให้แพทย์สามารถระบุช่องโหว่ที่เป็นไปได้ในชีวิตประจำวันของคุณซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

 

4. ค้นหาค่าใช้จ่าย

การทำทรีทเมนต์แบบไม่รุกรานผิวอาจมีราคาไม่แพง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะทำการวิจัยเพื่อหาทางเลือกต่างๆ กล่าวคือหากคุณต้องการกระชับผิวของคุณ คุณอาจพิจารณาทรีทเมนต์จากคลื่นอัลตราซาวน์ขนาดเล็กที่สามารถมองเห็นภาพได้ในขณะรักษา #mfuv ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คนไข้จัดการงบประมาณได้ดีขึ้น จึงโฟกัสและรักษาเฉพาะพื้นที่ที่เป็นปัญหา อย่าปล่อยให้ตัวเองผิดหวังหรือตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดเพื่อสอบถามราคาก่อนเดินออกไปจากประตู

 

5. หลีกเลี่ยงยาบางชนิด

หากคุณเลือกที่จะรับการรักษาความงามด้วยโบทูลินั่มท็อกซินหรือฟิลเลอร์ผิวหนัง แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงยาบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงของการมีเลือดออกหรือช้ำ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ใด ๆ ที่คุณอาจมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเคยประสบกับผลข้างเคียงใด ๆ จากการรักษาแบบฉีดในอดีต

 

6. สร้างสายสัมพันธ์กับแพทย์ของคุณ

สิ่งนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องที่บังคับ แต่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องแน่ใจว่าการเยี่ยมชมคลินิกความงามของคุณเป็นที่น่าพอใจและสะดวกสบาย และมีกระบวนการที่ราบรื่น เข้าไปพูดคุยกับแพทย์เรื่องสุขภาพและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนก่อนที่คุณจะตัดสินใจ

7 คำถามสำคัญที่ต้องถามแพทย์ผู้เชียวชาญของคุณ

คำถามฉลาดๆ เพียงไม่กี่ข้อก็เป็นประโยชน์มากแล้ว

 

1. อัตราความสำเร็จเป็นอย่างไรสำหรับขั้นตอนนี้?

การทำความเข้าใจกระบวนการรักษาและการดูรีวิวผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่คุณคาดหวัง ทำวิจัยของคุณก่อนที่จะเริ่มต้นทรีทเมนต์ความงามของคุณ

 

2.ผลลัพธ์แบบใดที่ฉันคาดหวังจากการรักษานี้? มีผลข้างเคียงหรือไม่?

พรุ่งนี้ผิวของคุณจะเป็นอย่างไร หรือแม้แต่สัปดาห์หน้า สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมประจำวันของคุณต่อไปได้หรือไม่ รอยแดงหรือการระคายเคืองบริเวณผิวหนังอาจต้องการการดูแลที่เหมาะสม ดังนั้นคุณอาจจะไม่ต้องการรับความเสี่ยงนั้น

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีพลังงานอัลตราซาวด์ขนาดเล็ก สามารถยกกระชับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยที่สุดและโดยทั่วไปเอฟเฟกต์หลังการรักษาจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวม รู้สึกเสียวซ่าหรือปวดเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่รุนแรงและเกิดขึ้นชั่วคราว

 

3.ผลกระทบถาวรเพียงใด?

การเรียนรู้ที่จะจัดการกับความคาดหวังของคุณเป็นส่วนสำคัญในการค้นหาทรีทเม้นต์ความงามที่รุกรานผิวน้อยที่สุดหรือไม่รุกรานผิว ตัวเลือกการรักษาที่แตกต่างกันมาพร้อมกับผลลัพธ์ที่แตกต่าง

ฟิลเลอร์ผิวหนังเป็นตัวเลือกที่ทำงานได้เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยและแทนที่การสูญเสียปริมาณเนื้อเยื่ออ่อนที่มาพร้อมกับความชรา ผลลัพธ์ส่วนบุคคลแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับอายุสภาพผิว,ไลฟ์สไตล์,เมตาบอลิซึมและพื้นที่ที่ได้รับการรักษาด้วย ฟิลเลอร์ผิวหนังบางตัวสามารถเห็นผลลัพธ์ได้นานกว่าหนึ่งปี

 

4. เงื่อนไขทางการแพทย์ที่มีจะส่งผลกระทบต่อผลการรักษาหรือไม่?

จงซื่อสัตย์ที่สุดเท่าที่จะทำได้! แบ่งปันกับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการแพทย์ทั้งหมดของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณอาจมีโรคที่มีผลต่อผิวหนัง กล้ามเนื้อและเส้นประสาท ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการรักษาที่ใช้นูโรท็อกซิน คุณต้องแน่ใจว่าไม่แพ้ส่วนผสมใดๆหรือถ้าเคยประสบผลข้างเคียงใด ๆ จากนูโรท็อกซินอื่น ๆ ในอดีต เลือกนูโรท็อกซินบริสุทธิ์รุ่นใหม่ที่ไม่มีคอมเพล็กซิ่งโปรตีนเพื่อลดความเสี่ยงในการสร้างแอนติบอดี้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว

 

5.ต้องการจำนวนการรักษากี่ครั้ง?

ร่างกายและผิวหนังของเราทุกคนทำงานแตกต่างกัน ถามแพทย์ของคุณเพื่อให้ทราบว่าคุณจำเป็นต้องทำทรีทเม้นต์อื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่ หากคุณต้องการกำจัดผิวส่วนเกินบริเวณใต้คอหรือคางให้ค้นหาเครื่องที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ขนาดเล็ก ที่สามารถมองเห็นภาพการรักษาได้ เพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องการการรักษาเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามบางคนอาจได้รับประโยชน์จากการรักษามากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยของผิวและการตอบสนองทางชีวภาพของร่างกาย รวมทั้งกระบวนการสร้างคอลลาเจน

 

6. ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าทรีทเม้นต์นี้เหมาะกับฉัน?

พูดคุยกับแพทย์ของคุณเพื่อหารือเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการรักษาความงามใด ๆ หากคุณมีรอยขมวดคิ้วในระดับปานกลาง นูโรท็อกซินที่ไม่มีคอมเพล็กซิ่งโปรตีนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ การเชื่อใจผู้เชี่ยวชาญใจมักเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

 

7. ฉันควรจะเลิกนิสัยที่ไม่ดีอะไรบ้าง เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาผิวของฉัน?

สุดท้ายนี้มาดูกัน คุณต้องซื่อสัตย์กับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของคุณ การถามคำถามทั้งหมดที่ใช่อาจจะช่วยได้ แต่นิสัยที่ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะเหนี่ยวรั้งคุณไว้ให้คุณดูดีน้อยลง แสดงออกมาให้เห็นเพื่อที่แพทย์จะสามารถแนะนำและช่วยให้มั่นใจถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการรักษาของคุณ

 

คำถามเหล่านี้ 7 ข้อจะช่วยสร้างสายสัมพันธ์กับแพทย์ของคุณในระดับหนึ่ง การบอกให้พวกเขารู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณและการชี้แจงข้อสงสัยใด ๆ สามารถช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่ดีและมีความมั่นใจก่อนที่จะเริ่มทำทรีทเมนต์ความงามของคุณ